View All

ปัจจุบันที่ดินว่างเปล่าในกทม. อีกทั้งบ้านเก่าที่มีอายุมากกว่า 30 ปีที่ยังใช้งานอยู่หรือทิ้งร้างไว้ก็มีอีกมาก โดยเฉพาะใน 10 เขตพื้นที่อยู่อาศัย ในบรรดาพื้นที่เหล่านี้จำนวนไม่น้อยเป็นที่ดินแปลงเล็ก ซึ่งไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการอื่นได้ เจ้าของที่หรือบ้านเดิมจึงมักจะสร้างอาคารพักอาศัยหรือ Home Office ทดแทนอาคารเดิม


ด้วยความก้าวหน้าในเทคโนโลยี ที่มีผลให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้การสร้างบ้านจะต้องตอบสนอง Life Style ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งสังคมไทยก็ยังมีลักษณะครอบครัวขยาย มีค่านิยมให้ลูกหลานสร้างบ้านอยู่ในที่เดียวกันกับพ่อแม่ หากสร้างบ้านแบบทั่วไป ขนาดที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด การออกแบบ พื้นที่ใช้สอยอาจไม่เพียงพอไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้อยู่อาศัย หลายครอบครัวเลือกที่จะแยกตัวออกมาสร้างบ้านใหม่บนที่ดินแปลงอื่น ซึ่งทำให้ผู้อาศัยเดิมต้องอยู่เพียงลำพังและสูญเสียพื้นที่ใช้สอยสูงสุดที่ควรจะเป็นไปโดยเปล่าประโยชน์


การสร้างบ้านสูง 3-5 ชั้น จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ให้มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด คุ้มค่ากับมูลค่าของที่ดิน เพื่ออยู่ร่วมกันได้หลายครอบครัว หลาย Generation โดยพ่อแม่มักจะจัดสรรพื้นที่ให้กับลูกๆคนละชั้น เพื่อให้ออกแบบประโยชน์ใช้สอยตาม Life Style ของแต่ละคน ได้อย่างเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็สามารถจัดพื้นที่ส่วนกลางใช้ประโยชน์ จัดกิจกรรมในครอบครัวร่วมกัน เช่นส่วนเตรียมอาหาร ช่วยกันทำอาหาร ส่วนออกกำลังกายที่มุมพักผ่อน อ่านหนังสือที่ระเบียง ช่วยให้คนในบ้านได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นและในขณะเดียวกันยังสามารถจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างพอเพียง


อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจ สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานเพื่อผู้สูงวัยจึงมากขึ้น แต่กระนั้นผู้สูงวัยไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่เพียงแค่ชั้นล่างของบ้าน หรือเมื่อการเคลื่อนไหวขึ้นที่สูงไม่สะดวก ก็ต้องย้ายจากห้องที่สะดวกสบายเดิมลงมาในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เตรียมไว้ ดังนั้นการนำเทรนด์ Innovation Living ใช้เทคโนโลยีมาเสริมความสะดวกสบาย ตั้งแต่ระบบไฟอัจฉริยะ ที่เปิดปิดเองอัตโนมัติเมื่อมีการเคลื่อนไหว ระบบควบคุมการเปิด ปิดตั้งเวลา ของแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ ระบบกันขโมยหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น โดยเฉพาะการใช้ลิฟท์บ้านยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายของการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุรวมทั้งทุกคนในบ้านและราคาก็ไม่ได้สูงมากจนเกินไป

ภาพ : ลีอาร์คีเทค

ที่มา : ลีอาร์คีเทค